Hello world! สวัสดีครับพี่น้อง
Welcome to anonmemory.wordpress.com. This is my first post in my first blog. Thank you for visiting my blog. Thank you wordpress.com My blog use only Thai language. Let’s Go!
ยินดีต้อนรับสู่บล็อกส่วนตัวของกระผม นายอนนท์ หาญโกรธา ครูโรงเรียนบ้านทองหลาง อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งวันนี้(วันเสาร์)ขอวางชอล์ก วางแปรงลบกระดาน หันหลังให้กระดานดำ หันหน้าเข้าหาคอมพิวเตอร์ จับเม้าส์ จับคีย์บอร์ดเขียนเรื่องราวบอกเล่าสารพัดเรื่อง โดยเฉพาะประสบการณ์ส่วนตัวที่ครั้งหนึ่งได้ไปใช้ชีวิตที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นเวลา 90 วัน ถึงแม้ว่ามันจะผ่านมา 9 ปีเต็มแล้วก็ตาม แต่ความรู้สึกยังอุ่นๆ อยู่เลยครับ… ภาษาที่ใช้ในบล็อกนี้อาจดูทะแม่งๆ ขัดโสตประสาทไปบ้างต้องขออภัย อยากให้อ่านสบายๆ ลืมไปซะว่าผมเป็นครู เป็นพ่อพิมพ์ของชาติที่จะต้องอย่างโน้นอย่างนี้ เอาเป็นว่าบล็อกของผมไม่ได้ด่าใครแน่นอน :) ก็แค่อยากเขียนอาไรตามจายฉานบ้างเด้อ รูปประกอบไม่ค่อยหล่อต้องขอโทษอย่างแรง ท่านจะเจอรูปผู้ชายในภาพไปอีก นานนนนน… และสุดท้าย ขอรับรองว่าบล็อกของผมไร้สาระเชิงวิชาการอย่างแท้จริง อิอิ
ร่วมไว้อาลัยหลวงพ่อ พระเทพกิตติโสภณ
พระเทพกิตติโสภณ (สมบูรณ์ สมฺปุณฺณมหาเถร น.ธ.เอก,ป.ธ.7,พธ.บ.,พธ.ด.) เจ้าอาวาสวัดวชิรธรรมปทีป และประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา ได้มรณะภาพลง เมื่อวันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2554 ที่ผ่านมา หลังจากได้ล้มป่วยมาตั้งแต่ วันที่ 10 กรกฎาคม 2553 ด้วยอาการเส้นเลือดในสมองแตก (Stroke) คณะลูกศิษย์ ได้นำตัวท่านส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล Stony Brook University เมื่ออาการอาพาธของท่านคงที่แล้ว คณะแพทย์ได้อนุญาตให้นำกลับมารักษาตัวอยู่ที่วัดต่อไป หลังจากมาพักรักษาตัวอยู่ที่วัด อาการอาพาธของพระเดชพระคุณหลวงพ่อก็ดีขึ้นตามลำดับ เช่น การรับรู้และการตอบสนองต่อผู้เข้าเยี่ยมได้ดีขึ้น จนเกือบเป็นปกติ จนถึงคืนวันที่ 7 กันยายน 2554 เวลา 22.20 น. หลังจากฉันอาหารมื้อสุดท้าย ท่านก็จากไปด้วยอาการอันสงบ โดยมีญาติสนิท พระอุปัฏฐาก และบรรดาศิษยานุศิษย์อยู่ด้วย จนวาระสุดท้าย สิริอายุรวม 79 ปี 9 เดือน 59 พรรษา รวมวันรักษาพยาบาล 14 เดือน กระผมในฐานะครูอาสาสมัคร โรงเรียนภาษาไทยวัดวชิรธรรมปทีป นครนิวยอร์ก ปี พ.ศ. 2543 และเคยได้อาศัยอยู่ที่วัด เป็นลูกศิษย์ท่านในช่วงการสอนซัมเมอร์ ขอร่วมไว้อาลัยจากการจากไปของหลวงพ่อในครั้งนี้ด้วยครับ
พาเหรดนานาชาติ ที่แมนฮัตตัน

บนรถขบวนแห่ งานพาเหรดนานาชาติ
อีกงานที่สุดแสนประทับใจ เก็บไว้โม้ได้อีกยาวนานของผมก็คือ การได้ร่วมขบวนพาเหรดนานาชาติ ซึ่งงานนี้มีประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้จัดขบวนมาร่วมงาน ทั้งดนตรี ฟ้อนรำ รถขบวนแห่ต่างประดับประดา มาประชันโฉมกันในวันนี้… ส่วนขบวนของคนได้ปี 2000 ซึ่งกว่าเราจะได้ออกงานก็มีการซ้อมกันหลายๆ ยก มีน้องพี่นักดนตรีทั้งชาวไทยและชาวลาว …ครับชาวลาวจริงๆ คุณสอน มาดีดพิณให้ มีครูปี (ครูเอกดนตรีจากจุฬาฯ) ซึ่งเพิ่งเข้ามาหมาด ก็ถูกพวกเราลากเข้ามาร่วมวงอย่างหลักเลี่ยงไม่ได้ นอกจากนี้ยังต้องประชุมเตรียมงานกับทางกงสุล และคนไทยหลายๆ กลุ่ม จนมีความพร้อมที่สุดแล้ว… ก็ถึงเวลาออกงานล่ะครับ ขบวนของคนไทยรถถูกประดับด้วยดอกกล้วยไม้สวยสดงดงาม พวกเรานักดนตรีก็ได้ขึ้นไปบนรถเปิดประทุน
เล่นดนตรีจนหัวสั่นหัวคลอน เพราะรถมันก็วิ่งไปเรื่อยๆ คนรำก็รำอยู่ข้างหน้า มีหลายครั้งที่ผมอยากจะโดดลงจากรถ ไปเก็บภาพสวยๆ เพราะคนชอบถ่ายภาพแต่ดันไม่ได้ถ่าย อันเนื่องจากความสวยงามวิจิตรของขบวนแห่จากนานาประเทศมาล่อตาล่อใจนั้นสิครับ…แต่ก็ต้องทำหน้าที่ของตนต่อไป วันนั้นทั้งเหนื่อยทั้งสนุก เด็กๆ ที่โรงเรียนวัดไทยก็มาฟ้อนรำเกือบทุกคน
มีอีกสิ่งหนึ่งที่ผมประทับใจมาตลอด ขณะที่ทำการสอนที่อเมริกาก็คือ ได้พบได้เห็นคนไทย ที่รวมกลุ่มกันเป็นสังคมไทย และยังได้ร่วมกันอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยอยู่ในทุกๆ ครอบครัว มีการทำบุญในวัด จัดงานบุญผ้าป่าสามัคคี เหมือนที่วัดตามในชนบทที่ประเทศไทย ทำให้รู้สึกว่า การเป็นคนไทยแล้วได้ทำกิจกรรมร่วมกันแบบนี้ เปรียบเสมือนสิ่งที่เป็นเครื่องหลอมรวมจิตใจร่วมกัน ทำให้สังคมไทยในอเมริกามีความอบอุ่น ไม่แตกต่างจากเมืองไทยเลย อย่างในภาพนี้ก็มีงานบุญผ้าป่า ซึ่งมีผู้ปกครองนักเรียนหลายท่านตีกลองยาว ในขบวนแห่ผ้าป่า เด็กๆ ก็ฟ้อนรำ ส่วนผมก็งานประจำครับ “เป่าแคน” ไม่ใช่เป่าแคนตามระเบียบนะครับ เป่าตามใจฉันเอง 555
ชุมชนสัมพันธ์..เรื่องสำคัญสำหรับครูอาสาฯ
เกิดจากท้องพ่อท้องแม่ก็ได้นั่งบินเป็นครั้งแรก แถมไปไกลเสียค่อนโลก และต้องไปอาศัยอยู่กะใครก็ม่ายรู้ไม่ได้เป็นญาติพี่น้องกันเลย เป็นสถานการณ์ที่ครูทุกคนต้องเจอ และต้องอยู่ให้ได้ ด้วยภาระกิจที่มีร่วมกันนั่นคือการไปสอนภาษาไทยและวัฒนธรรมไทย ต้องไปเจอกับผู้คนมากมาย อาทิ นักเรียน ผู้ปกครอง ฝรั่ง(คนน่ะ) และแน่นอน ..พระ ซึ่งทั้งสามส่วนสี่ส่วนดังกล่าวนี้จะต้องสัมพันธ์ต่อกันอย่างแนบแน่นเลยทีเดียว ภาระกิจที่สำคัญจึงจะลุล่วงไปได้… การมีอัธยาศัยที่ดี ยิ้มแย้มแจ่มใส พูดจาไพเราะดูจะเป็นบุคลิกที่ควรจะมีในตัวคุณครูทุกคน การเคารพผู้ใหญ่ อ่อนน้อมถ่อมตน มีน้ำใจ เหล่านี้ล้วนเป็นอุปนิสัยพื้นฐานของคนไทยอยู่แล้ว แม้เราจะไปอยู่เมืองนอก แต่ต้องระลึกไว้เสมอว่า ยังไงเราก็ไปอยู่กับคนไทย สังคมไทยๆ ที่เขาเหล่านั้นยังอนุรักษ์เปรียบเสมือนอยู่เมืองไทยนั่นเอง ดังนั้นคุณครูทุกคนแม้จะผ่านการฝึกอบรมก่อนไปสอนมาอย่างดี แต่เวทีจริงนั่นแหละจะพิสูจน์ตัวตนที่แท้จริงครับ.. ว้าวฝอยซะเป็นเรื่องเป็นราวเลยเรา กะว่าจะเป็นบล็อกเบลอๆซักกะหน่อย เอาเถอะเผื่อว่ามีครูท่านไหนที่หลงเข้ามา เพราะค้นหาจาก google ว่า “โครงการสอนภาษาไทยในสหรัฐอเมริกา” แล้วโชคชะตาพามาเจอบล็อกกระผมนี่ ซึ่งอาจจะได้ข้อมูลที่พอจะเป็นประโยชน์บ้างน่ะครับ
อยากบอกว่าคิดถึง..
แม้วันเวลาจะผันผ่านไปนานแค่ไหน แต่ความรู้สึกเก่าๆ แสนจะอบอุ่นก็ยังคงกรุ่นอยู่ในใจเสมอมา อยากจะบอกว่าคิดถึง คึดฮอด..หล๊าย หลาย อยากไปอีก!
คิดถึงหลวงพ่อ หลวงพี่ หลวงพี่มหา พระอาจารย์ทุกรูป ไม่มีเด็กวัด คิดถึงผู้ปกครองที่น่ารัก คิดถึงโซเฟอร์ทุกคนที่เคยพาหนีเที่ยว
และที่สำคัญคิดถึงเพื่อนครูทุกคนที่เคยร่วมงานกัน ไม่รู้อยู่ไหนกันบ้าง ถ้าบังเอิญเปิดเจอบล็อกนี้อยากให้ติดต่อกลับด่วน! (สั่งเลย 55) เป็นไงบ้างครูเอ ครูพิม..ทราบข่าวว่าย้ายไปสุโขทัย ครูยุ ครูเล็ก ครูปอง…นี่ก็ทราบว่าจบ Dr. แล้ว ครูจิ๊บ..นี่ก็ติดต่อกันบ่อยๆ นำนักศึกษามาออกค่ายที่ร.ร.กระผมประจำ ตอนนี้เป็นหัวหน้าภาควิชาภาษาไทย มทร.กรุงเทพฯ ยินดีด้วยครับ ส่วนท่านอื่นๆ อยากติดต่อเพื่อถามข่าวคราวกันบ้างครับ ตอนนี้เทคโนโลยีด้านอินเตอร์เน็ตมีหลากหลายสายพันธุ์ สารพัดของฟรีน่าใช้ ของกระผมก็มี เช่น facebook.com/kru.anon แล้วก็ twitter.com/anonxmen หรือไม่ก็เอาที่ง่ายสุดคลาสสิก อีเมล์ kru.anon@gmail.com ติดต่อกันมาได้นะครับ หรือท่านอื่นที่เข้ามาอ่านบล็อกกระผม สนใจการไปสอนที่อเมริกา ออสเตรเลีย ก็ติดต่อเข้ามาได้ครับ ยินดีให้ข้อมูล ฟรี! ??? 555
มุมภาพที่ไม่มีวันหวนกลับ
เอาล่ะครับเกือบจะครบ 365 วัน กระผมก็ได้ฤกษ์อัพเดทบล็อกเสียที ประเดี๋ยวจะเข้าใจว่ากระผมปล่อยบล็อกนี้ให้ลอยเคว้งคว้างไปเสียแล้ว ช่วงนี้ปิดเทอมก็เหมือนไม่ได้ปิด เพราะต้องไปอบรมอันโน้นอันนี้อยู่เรื่อยๆ ครูสมัยนี้เขาไม่ปล่อยโอกาสให้ไปทำไร่ไถนาเลย! ฮา… วันนี้ผมมีภาพนึงที่ผมถ่ายไว้ที่นิวยอร์กและเหตุที่ตั้งชื่อบทความซะชวนสงสัยขนาดนั้นก็เพราะว่าสถานที่ที่ผมยืนถ่ายภาพนี้น่ะ มันไม่มีหลงเหลือแล้วล่ะครับ นั่นก็เพราะว่าผมถ่ายภาพบนชั้นที่ 110 ของตึกเวิลด์เทรด หรือ WTC ที่ได้พังถล่มลงมาเรียบร้อยแล้วนั่นเอง ภาพนี้ใช้กล้อง Nikon F4 ที่หลวงพ่อท่านเมตตาให้ผมยืมใช้
ทำให้เห็นทัศนียภาพของกรุงนิวยอร์กสมัยนั้นได้เป็นอย่างดี …อันที่จริงตอนนี้ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากมายหรอกครับ คงเปลี่ยนเฉพาะภาพตึกแฝด เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์เท่านั้นแหละครับ ที่ไม่เห็นยืนตระหง่านบนเกาะแมนฮัตตันอีกแล้ว (ตึกเอ็มไพร์สเตทกลับมาเป็นพระเอกอีกครั้ง) …
ระลึกถึงเหตุการณ์ 911 11 กันยา ถล่ม WTC
11 กันยายน 2544 คงเป็นวันที่หลายๆ คนยังจำได้ดี เพราะเป็นวันที่เกิดเหตุการณ์เครื่องบินชนตึกแฝด เวิลเทรดเซนเตอร์ (WTC) ก่อนหน้านั้น 1 ปี กระผมยังอยู่้ที่อเมริกา ได้ล่องเรือชมตึกแฝดคู่นี้บริเวณอ่าวนิวยอร์ก ภาพทุกสิ่งทุกอย่างยังดูสวยงาม นอกจากนี้ยังได้ขึ้นไปเยี่ยมชมตึกด้วย (ภาพยังไม่ได้สแกน) แต่หลังจากนั้น 1 ปี ทุกสิ่งทุกอย่างก็เปลี่ยนไป อาจจะพูดได้ว่าเปลี่ยนสถานการณ์โลกของเราไปเลย… ขอไว้อาลัยแด่ผู้จากไปทุกท่านนะครับ คงไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก อย่าให้ผู้บริสุทธิ์มาเป็นผู้รับเคราะห์อันเนื่องมาจากนโยบายต่างประเทศของคนไม่กี่คนเลย!

บนเรือเฟอรี่ขณะล่องเรือชมแมนฮัตตัน เห็นตึก WTC ตระหง่านอยู่เบื้องหน้า
กิจกรรมยามว่าง
ถึงแม้ว่าภารกิจจะค่อนข้างสาหัส แต่ก็พอจะมีเวลาว่างอยู่บ้างเล็กน้อย …ซึ่งเราก็ไม่เคยปล่อยเวลาให้เปล่าประโยชน์ ระลึกเสมอว่า ข้าฯมาอยู่แค่ 3 เดือน มีโอกาสออกบ้าน (วัด) เมื่อไหร่ฉันจะไม่รู้ช้า ฮ่าๆ จะต้องออกสำรวจพื้นที่ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งตรงนี้ไม่มีปัญหาเรื่องคนพาออกไปเที่ยวเลย …ซึ่งบุคคลที่พาออกไปเที่ยวบ่อยๆ ได้แก่ พี่มหาน้อย พี่ซู(ชาวฟิลิปปินส์) พี่ไพลิน พี่สมรรถ และที่เป็นไกด์นำเที่ยวที่แสนดี ไปแล้วอบอุ่นใจเสมอ นั่นก็คือ ท่านมหาในวัดนั่นเอง แต่กิจกรรมยามว่างนี้ก็ไม่ได้ออกไปไหนไกลหรอกครับ ส่วนใหญ่ไปชายทะเล เดินห้าง แล้วก็ไปหาจับจ่ายซื้อของที่เขาเอาของในบ้านออกมาวางขาย คนอเมริกันเนี่ย วันเสาร์อาทิตย์บางบ้านเขาจะขนของเก่าออกมาวางขาย เขาเรียกว่า “การาจเซลล์” บางบ้านก็เปิดให้คนไปหยิบเอาของในบ้านแล้วจ่ายตังค์ได้เลย แบบว่าข้าขี้เกียจขนออกมาประมาณนั้น ซึ่งตรงนี้เหล่าบรรดาคุณครูที่ไปด้วยกัน ชอบมากกกกก… โดยเฉพาะคุณครูสภาพสตรี ครูจิ๊บ ครูปอง วันๆ หาแต่ป้ายสีเหลือง ที่เป็นสัญลักษณ์ว่าบ้านนี้ขายของเก่านะ ..

ตามลำดับความหล่อ ...ครูนนท์ ครูจิ๊บ ครูพิม พี่สมรรถ ครูเอ ครูปอง ริมมหาสมุทรแอตแลนติก นิวยอร์ก
10 อันดับสถานที่ประทับใจใน USA ของข้าพเจ้า
กระผมมาสอนที่นิวยอร์กก็จริง แต่สอนแค่ 2 เดือนกว่าๆ หลังจากนั้นประมาณ 1 เดือน ทางผู้ปกครองนักเรียน และวัดวชิรธรรมปทีป ก็พาพวกผมท่องเที่ยวยาวตลอดซัมเมอร์เลย โดยเฉพาะอเมริกาฝั่งตะวันออก (East Coast) ไล่ลงมาตั้งแต่รัฐโอไฮโอ นิวยอร์ก กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เรื่อยลงมาจนถึงรัฐฟลอริดา รวมๆแล้วก็ประมาณ 13 รัฐ แต่ละรัฐก็ใหญ่พอๆ กับประเทศไทย ว้าว! ดังนั้นแน่นอนเลยว่าจะต้องเจอสถานที่ประทับใจมากมาย แต่กระผมจะนำมาเล่าสู่กันฟัง 10 อันดับก็พอนะครับ ส่วนที่ประทับใจอื่นๆ ส่วนมากเที่ยวชมแบบผ่านๆ เพราะโปรแกรมยาวมาก แล้วจะตามเก็บนำมาบอกเล่าทีหลังครับ
Top 10 สถานที่ท่องเที่ยวที่แสนประทับใจของข้าพเจ้า
- น้ำตกไนแองการ่า (Niangara Fall) รัฐนิวยอร์ก
ต้องบอกว่านี่คือสุดยอด ที่สุดของที่สุดน้ำตกเลยครับ ตั้งแต่เกิดจากท้องพ่อท้องแม่ก็เพิ่งจะเคยเห็นน้ำตกที่ใหญ่และยาวขนาดนี้
ตอนนั้นได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดด้วยล่ะ เริ่มตั้งแต่ไต่บันไดเลียบน้ำตก สัมผัสความแรงกระแสน้ำ โอ้โหพระเจ้า น้ำมันมาจากไหนหว่า และเพิ่มความสะใจเข้าไปอีก เมื่อได้ล่องเรือเฟอรี่ ล่องเข้าไปใกล้ๆ จุดที่น้ำตกกระทบกับพื้นน้ำ จำได้อย่างเดียวว่ามองไปเมื่อไหร่เห็นแต่ความยิ่งใหญ่ อภิมหาความยิ่งใหญ่ของกระแสน้ำจริงๆ อันนี้ยกให้เป็นอันดับ 1 อย่างไม่ต้องสงสัย - World Trade Center เยี่ยมชมตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ (ก่อนอื่นต้องขอไว้อาลัยแด่ผู้จากไปจากเหตุการณ์ 9/11 ครับ) ผมชอบดูหนังฮอลลีวูดเป็นชีวิตจิตใจ และหลายๆ เรื่องจะมีโลเคชั่นที่กรุงนิวยอร์ก เมืองแห่งสีแสงนี่แหละ และที่เห็นโดดเด่นตลอดคู่แผ่นฟิล์มมาตลอด ก็คือตึกแฝด WTC หรือ World Trade Center กระผมใฝ่ฝันมานานแล้วว่าสักวันหนึ่งจะมาให้ได้ และฝันผมก็เป็นจริงแบบไม่น่าเชื่อ.. วันนั้นต้องขึ้นลิฟต์ถึง 2 ต่อแนะครับ มองออกมาข้างนอก เห็นเมฆลอยอยู่ข้างล่าง โอ มายก๊อต ข้อยมาอยู่นี่ได้จังได๋เนี่ย!
- เทพีเสรีภาพ
นี่คือของขวัญจากฝรั่งเศสที่มอบให้อเมริกา ต้องบอกว่าสัญลักษณ์ของอเมริกาจริงๆ ก็คืออนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพนี่แหละครับ ส่วนตัวกระผมเรียกว่า นางกวักมะกัน ไม่กวักได้ไงล่ะครับ ปีหนึ่งๆ กวักเงินคนจากทั่วโลกไม่รู้กี่หมื่นล้านเหรียญ นางกวักชาติไหนๆ ที่ว่าแน่ ย่อมพ่ายแพ้นางกวักมะกันอย่างไม่ต้องสงสัย …ความประทับใจตรงนี้คือ ผมได้ไปยืนบน(หรือจะบอกว่าข้างในดี)ศีรษะของเทพีเสรีภาพเรียบร้อยแล้ว เพราะข้างในมันเป็นโพลงครับ ฝรั่งเศสเขาสร้างเทพีเสร็จที่ฝรั่งเศสแล้ว จากนั้นเขาก็ถอดมาประกอบกันขึ้นใหม่ที่อเมริกา (ผมถ่ายภาพการก่อสร้างไว้เยอะเลย ก๊อปจากภาพถ่ายแหละ) และความประทับใจตรงนี้ก็คือ ผมได้เป่าแคนหน้าเทพีเสรีภาพด้วยเด้อ…ใฝ่ฝันมานานแล้ว เป่าแบบไม่ต้องเกรงใจฝาหรั่ง ซะบ้างเลย ปั๊ดโธ่ รู้บ้างว่าไผเป็นไผ 

สภาพบนภายในศีรษะ หรือหัวเทพีเสรีภาพเขาล่ะ เขาให้ถ่ายรูปได้ทีละ 5 คน แล้วก็หมุนเวียนออกมา อันที่จริงตรงแขนเทพีเสรีภาพ ที่ถือคบเพลิงมันก็เป็นโพลง แต่ก่อนเขาก็ให้คนคลานเข้าไปถ่ายรูปบนคบเพลิงได้นะ แต่ตอนนี้เขาห้าม ก็เลยอดกันไป เอาเหอะได้แค่นี้ก็ดีถมเถแล้ว จริงมั๊ยครับ
- ดิสนี่ย์เวิลด์ (Disney World) รัฐฟลอริดา
ใครบ้างไม่รู้จักดิสนีย์ จะสุดยอดแค่ไหนถ้าเราไปเจอกับต้นตำรับเลย ตรงนี้ก็สุดแสนประทับใจ และทึ่ง เพราะเขาบอกว่าจะเที่ยวดิสนีย์ให้ครบถ้วนจริงๆ จะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 4 วันเต็มๆ โอ แม่เจ้า ทำไมมันยิ่งใหญ่ตระการตาอย่างนั้น จะไม่ให้ใหญ่ได้อย่างไร ชื่อดิสนีย์ก็จริง แต่บริษัทยักษ์ใหญ่ สตุดิโอใหญ่ยักษ์ทั้งหลายต่างมาสร้างเครื่องเล่น สร้างโลกบันเทิงไว้ที่นี่กันทั้งนั้น ที่จำได้ไม่ลืมก็คือได้นั่งรถไฟเหาะตีลังกา ไม่พอครับ นั่งในถ้ำที่ไม่เห็นแสงไฟอะไรเลย ใครน๊าหลอกผมนั่งถ้ารู้ก่อน จ้าง 100 บาทก็ไม่นั่ง แต่ถ้า 1000 บาท อาจจะนั่งนะ อิอิ อะแฮ่มที่สำคัญได้ล่องเรือกระโจนหน้าผา กับสาวน้อยรัสเซียคนหนึ่ง ได้ถ่ายรูปคู่กันด้วยนะ …เฮ้อ ผ่านมา 9 ปี่ แล้วยังไม่ลืมอีกหรือนี่ อิอิ - Casino, New Jersy ใช่แล้วครับเป็นบ่อนคาสิโนใหญ่อันดับสองของสหรัฐอเมริกาเขาล่ะ อันดับ 1 อยู่ที่ รัฐเทกซัส (Texas) บ่อนก็คือสถานที่เล่นการพนันดีๆ นี่เอง อ้าวนั่นแสดงว่า.. No ครับ No ผมไม่ชอบเล่นการพนัน ทุกชนิด อันที่จริงเล่นไม่เป็นเลย เป็นข้อห้าม
สำหรับครอบครัวผมตั้งแต่บรรพกาลแล้ว แต่ที่ประทับใจก็คือ แสง สี งดงามอร่ามตา ไม่รู้ว่าฝีมือมนุษย์สร้างสถานที่เล่นไพ่ที่งดงามอย่างนี้ได้อย่างไร นี่ถ้าคนแถวบ้านผมมาเห็น เขาจะต้องลืมร่มมะม่วงหลังสวนไปเลย จ๊าก! และก่อนมาเที่ยวที่นี่หลวงพ่อท่านก็เตือน และบอกไม่ให้เล่นการพนัน อันที่จริงท่านไม่อยากให้มาเลยด้วยซ้ำ แต่ขัดญาติโยมที่อยากพาคุณครูเที่ยวไม่ได้ เจ้าภาพในคราวนั้นก็พี่
ไพลินคนสวย พี่ไพลินเป็นคนขอนแก่น ได้แฟนชาวมะกันนี่แหละครับ ท่านก็อพยพญาติพี่น้องมาอยู่ด้วยหลายคน แฮ่ๆ ที่สำคัญพี่แกรวยครับ เหมารถลีมูซีนให้พวกผมนั่ง มีคนขับรถผูกโบหูกระต่าย พอรถจอดก็มีพนักงานมาเปิดรถให้ (เหมือนหนังฮ่องกง ที่เจ้าพ่อทั้งหลายลงจากรถ เตรียมจะเข้าบ่อน) เฮ้อ..อย่างที่บอก ผมชอบสถานที่ด้านความงดงาม เพราะผมบ้าถ่ายรูปไง! วันนั้นก็กดไปซะ 4 ม้วน - ทำเนียบขาว (White House) ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐ นี่คือศุนย์บัญชาการเบอร์ 1 ของโลก อภิมหาผู้นำนั่งทำงานอยู่ข้างใน ส่วนกระผมยืนอยู่หน้าบ้านท่าน ตอนนั้นนายบิล คลินตัน เป็นประธานาธิบดี สำหรับโลเกชั่นทำเนียบขาวนี่
คงคุ้นตากันเกือบทุกวันนั่นแหละ โดยเฉพาะช่วงข่าวต่างประเทศ และเป็นสถานที่ยอดฮิตของหนังฮอลลีวุดด้วยล่ะ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับประธานาธิบดี ชาวอเมริกันเนี่ยให้ความสำคัญและศรัทธาผุ้นำเขามากเลยนะ เพราะทำให้เขาผยอง ได้ว่าเป็นชาติมหาอำนาจของโลก สำหรับทำเนียบขาวก็เป็นทั้งบ้านทั้งที่ทำงานของท่านประธานาธิบดีเขาล่ะ ใครได้เป็นทีก็หอบลูก หอบหลานมาอยู่ ห้องต่างๆ ก็มีอยู่เต็มไปหมด จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าเหตุไฉนท่านอดีตประธานาธิบดี บิล คลินตัน จะเดินเข้าห้องผิดบ่อยๆ จนต้องออกมาขอโทษทั้งน้ำตาว่า ทำเนียบขาวมันใหญ่เกินไป ห้องก็มากเกิน กระผมเลยเดินเข้าห้องผิดจ้า! ฮือๆๆ :) - พิพิธภัณฑ์ The Metropolitan Museum of Art, New York
นี่คือที่สุดแห่งพิพิธภัณฑ์เท่าที่กระผมเคยเห็นมา โคตรมหาสมบัติจากชาติต่างๆ ทั่วทุกมุมโลกมารวมกันที่นี่ ภาพวาดที่เราๆ ท่านๆ เคยเห็นในหนังสือศิลปะทั้งหลาย จากจิตรกรชื่อก้องโลก ต้นฉบับมารวมกันที่นี่ ความสวยงาม ตระการตายังตราตรึงอยู่ในความทรงจำ ลืมยากครับ…เข้าชมที่เว็บไซต์ของพิพิธภัณฑ์เลย อ้าว ประเดี๋ยวก่อน อ่านบทความผมให้จบก่อนสิ แหมใจร้อนจัง โม้ยังไม่จบเลย
- หมู่บ้านชนเผ่าอามิส (America’s Amish) รัฐโอไฮโอ
ต้องขอบคุณ ผศ.อัจฉรา ชีวพันธ์ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่นำเที่ยวในทริปนี้ ท่านจะเชื่อไหมว่า ในดินแดนอเมริกายังมีคนกลุ่มหนึ่ง กลุ่มใหญ่พอสมควร พอใจที่จะอยู่อย่างโบราณ พวกเขาไม่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ใดๆ ในการดำรงชีวิต พวกเขาดำเนินชีวิตแบบโบราณ ไม่ใช้แม้แต่ไฟฟ้า รถยนต์ แน่นอน
..
แม้แต่มือถือ พวก
เขาใช้รถม้าในการขนส่งเดินทาง ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อเพราะกระผมไปเห็นมาแล้ว ชนกลุ่มนี้ไม่ใช่อินเดียนแดงชนเผ่าพื้นเมืองแน่นอน เพราะอินเดียนแดงถูกกลืนกันไปหมดแล้ว ชนกลุ่มนี้เป็นชนชาติไอริช อพยพย้ายถิ่นฐานมากจากยุโรป พวกเขาปฏิเสธการดำรงชีวิตแบบสมัยอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าเด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ คนทำงาน ถ้าเป็นบ้านเราก็ต้องบอกว่า อยู่แบบพอเพียงจริงๆ ใช้รถม้าเป็นพาหนะเดินทาง ผู้ชายที่แต่งงานแล้วต้องไว้เคราให้ยาวๆ ทุกคน จุดเด่นที่ประทับใจ สาวสวยครับ:) 
- สะพานบรูคลีน (Brooklyn Bridge) New York
ใครเคยดูหนังเรื่องก๊อตซิลล่าบ้าง ตอนที่ก็อตซิลล่าถูกยิง ก็ถูกสะพานบรูคลีนนี่แหละหล่นทับ เอ๊ะ! พูดอะไรทีมักจะอ้างอิงแต่หนังฮอลลีวูดเนี่ยสงสัยบล็อกต่อไป ต้องสาธยายเกี่ยวกับหนังฮอลลีวูดล้วนๆ ซะแร้ว! ความประทับใจตามที่บอก เพราะนี่คือสะพานที่เป็นตำนานของอเมริกาเลย สร้างมาตั้งแต่ยุคที่เครื่องไม้เครื่องมือยังไม่ทันสมัยเหมือนในปัจจุบัน สะพานนี้เป็นเอกลักษณ์ของนิวยอร์กอีกแห่งเลยครับ - สวนสาธารณะเซ็นทรัลพาร์ค (Central Park) New York
สวนสีเขียวอันลือชื่อใจกลางแมนฮัตตัน แหล่งโอโซนแห่งเดียวของแมนฮัตตัน มีสวนสัตว์ มีสถานที่พักผ่อนมากมาย มีร่มไม้ ผู้คนออกกำลังกาย มีรถม้าพาเที่ยวชมเมือง มีคนเล่นดนตรี (ขอตังค์) บ้านเขาเรียกว่าการขายศิลปะ บ้านเราเรียกว่า “ขอทาน” แต่ถ้าถือกีตาร์มาดีดแถวสยาม หรือสีไวโอลิน ก็เท่เหลือหลาย แต่สมมุติว่าผมถือแคนไปเป่าเนี่ย …นี่ขอทานอ๊ะเปล่า? เหตุไฉนคนไทยเองจึงดึงเครื่องดนตรี ที่เป็นเครื่องดนตรีต้นแบบของโลก อย่างแคนมาลงต่ำเพียงนี้ ท่านรู้ไหมว่าที่กระผมได้มาเหยียบอเมริกา จุฬาฯ คัดผมมาที่นี่ก็เพราะ “แคน” นี่แหละขอรับท่าน



นี่คือ 10 อันดับสถานที่ท่องเที่ยวที่กระผมประทับใจ ยังมีอีกมากมายครับ และยังมีเหตุการณ์บังเอิญ บังเอิญอีกมากมาย ที่กลายมาเป็นความประทับใจ เช่น คราวที่ไปเที่ยวที่มหาวิทยาลัยเคนสเตท รัฐโอไฮโอ กระผมได้ไปเจออาจารย์ดอกเตอร์ท่านหนึ่งชื่อ ดร.เทียรี่ ท่านเคยมาเรียนเป่าแคนที่ มศว.มหาสารคาม สถาบันที่กระผมเรียนตอนปริญญาตรี เป็นลูกศิษย์ของอาจารย์ผมด้วย อ้าวก็ศิษย์พี่สิ แม่นแล้ว แต่ไม่ใช่วิชาเป่าแคนหรอกนะ เป็นวิชาอื่น ตอนอยู่เมืองไทยอยากเจอท่านมาก เพราะทึ่งที่เห็นอาจารย์ฝรั่งจากอเมริกาบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาเรียนเป่าแคนที่เมืองไทย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เจอ จากนั้น 6 ปีต่อมา ผมดันไปเจอท่านที่อเมริกาโน่น ได้พูดคุยถามไถ่กันถูกคอเชียวล่ะ..
หลายเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิต ไม่อยากเชื่อว่าเป็นสิ่งที่กระผมแอบใฝ่ฝันมาก่อนแล้วทั้งสิ้น …ทำให้นึกถึงหนังสือฮิตเล่มหนึ่ง ชื่อ The Secret หลายท่านคงรู้จัก ประเด็นก็คือหนังสือเล่มนี้กล่าวว่า หากเราปรารถนาสิ่งใด ก็ให้บอกออกไป บอกไปทุกๆ วัน แล้วส่งไปนอกจักรวาลโน่น สุดท้ายจักรวาลก็จะตอบรับ แล้วเราก็จะสมปรารถนา…..
ขอบคุณคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ ขอบคุณ สปช.(สมัยนั้น) ขอบคุณพระคุณเจ้าทุกรูป ขอบคุณผู้ปกครอง ขอบคุณเพื่อนๆ ขอบคุณผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน และที่สำคัญคุณพ่อ คุณแม่ ที่ให้กำเนิด ให้การศึกษา ที่ทำให้ผมมีวันนั้น และมีวันนี้ ขอบคุณครับ
จาก ครูอนนท์
จบเนื้อหาตรงนี้ด้วยภาพนี้ก็แล้วกัน เป็นการยืนยันว่า อยู่อเมริกากระผมฮอตแค่ไหน … ![]()
ไม่ถูกสเป็คสาวไทย แต่โดนใจสาวฝรั่งก็ยังดีวะ ฮ่าๆ รู้ซะมั่ง ควง 2 เลยตู














